‘บ้านอมตะ’ ปั้นธุรกิจร้านอาหารจากใจ “อมตะรส” หนุ่มวัย 25 ปี ‘ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์’ สด ใหม่ ตอบโจยท์คนรักสุขภาพ

0
259

เส้นทางธุรกิจของหนุ่มวัย 25 ปี ชื่นชอบการขับขี่มอเตอร์ไซต์ และ รักการดูแลสุขภาพ จนอยากมีธุรกิจร้านอาหารเป็นของตัวเอง ผลักดันให้ “ดัช- อมตะรส ไข่นาค” ทุ่มสุดตัวเปิดบ้านต่อยอดร้านอาหาร “บ้านอมตะ” อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พร้อมลุยธุรกิจ ‘ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์’ ปลอดสารพิษ รังสรรค์เมนูเสิร์ฟความอร่อย สด ใหม่ คู่สุขภาพ ดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยว คนพื้นที่ และครอบครัว เข้ามาใช้บริการ

คุณอมตะรส ไข่นาค หรือ (ดัช) อายุ 25 ปี เจ้าของร้านอาหารบ้านอมตะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เล่าว่า ในอดีตแม่เปิดร้านอาหารอยู่ในจังหวัดตาก ส่วนผมทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย ทำให้ชื่นชอบในการทำอาหารมาก จนมีความฝันว่าหลังจากเรียนจบการศึกษาอยากมีธุรกิจเป็นของตนเอง จนกระทั่งได้พบกับที่ดินบนพื้นที่ 3 ไร่ มีต้นไม้เขียวขจี โอบล้อมด้วยภูเขา ท่ามกลางทิวทัศน์ที่สวยงาม อากาศดี ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จึงตัดสินใจซื้อที่ดินเพื่อสร้างบ้านที่อยู่อาศัย ต่อยอดธุรกิจมาเป็นเปิดร้านอาหาร ภายใต้ ชื่อ “บ้านอมตะ”

ปัจจุบัน “ดัช” กำลังศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ชอบการขับขี่รถมอเตอร์ไซต์ จึงเป็นไอเดียของการออกแบบร้านอาหาร ดิบ เท่ สไตล์ลอฟท์ จากการรีโนเวทบ้าน…ผนังอิฐโชว์แนว และคอนกรีตเปลือยผิว ติดรูปภาพรถมอเตอร์ไซต์ ดูเข้ากันเป็นอย่างดี

“ผมชอบทานอาหารคลีน จนเกิดแนวคิดในการ ‘ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์’ ผักเพื่อสุขภาพ เพื่อนำมาประกอบอาหารในร้าน หวังลดต้นทุนค่าใช้จ่าย เริ่มต้นจากการศึกษาเรียนรู้ขั้นตอนและวิธีการปลูกผักด้วยตัวเอง มีเปิดยูทูปบ้าง เรียนรู้ประมาณ 1 เดือน และลองผิดลองถูกประมาณ 2 เดือน โดยมีผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่องจนประสบความสำเร็จ”

โรงเรือนในการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์มีทั้งหมด 4 โรงเรือน มีไซส์ขนาด 10 เมตร, 12 เมตร, 15 เมตร และ 17 เมตร โดยใช้งบประมาณ 6-7 หมื่นบาทต่อโรงเรือน ถ้าโรงเรือนมีขนาดใหญ่มากจะทำให้ระบบไหลเวียนของน้ำช้า ค่าใช้จ่ายหลักๆ ในการปลูก คือ ค่าปุ๋ย มอเตอร์ปั๊มน้ำ และค่าเมล็ดผัก ทำให้สามารถลดต้นทุนค่าใช้จ่ายลง ถ้าเทียบกับการซื้อผักตามตลาด หรือในห้างสรรพสินค้าทั่วไป

ดัช เล่าว่า ปัญหาและอุปสรรคในการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ เป็นช่วงหน้าฝนทำให้ผักโตช้า คอยาว ส่วนหน้าร้อนจะทำให้ผักไม่โต บางครั้งปลูกต้นกล้าไม่โตบ้าง ผักเสียบ้าง เราแก้ไขปัญหาโดยการปลูกผักมากขึ้นเพื่อเพิ่มความถี่ เป็นการรองรับให้เพียงพอต่อการใช้ประกอบอาหารในร้าน โดยช่วงหน้าฝนลูกค้าไม่ค่อยออกมารับประทานอาหารนอกบ้าน มีกลุ่มนักท่องเที่ยวน้อย ผมจึงคิดแผนโปรโมชั่นทำการตลาดเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ามาออกใช้บริการ ขณะที่เดือนตุลาคม-เมษายน จะเป็นฤดูหนาวมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการจำนวนมากๆ ผลตอบรับดีทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้น

การที่ร้านอาหารบ้านอมตะ ปลูกผักนำมาประกอบอาหารเอง จึงทำให้ราคาอาหารไม่แพงอย่างที่คิด โดยราคาเริ่มต้นประมาณ 50-60 บาท และราคาแพงสุดเพียง 300 บาท โดยผักนำมาใช้ในร้านต่อวันประมาณ 5 กิโลกรัม หากช่วงไหนผักมีจำนวนมากก็จะระบายออกไปจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 130 บาท ให้กับร้านอาหารต่างๆ อีกด้วย

ดัช เล่าอีกว่า จากการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ สด ใหม่ ทุกวัน จึงเป็นจุดเด่น ในการดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย เช่น นักท่องเที่ยว คนในพื้นที่ และลูกค้าครอบครัว ให้ความสนใจเข้ามาทานอาหารต่อเนื่อง ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ของร้านขายดีที่สุด คือ สลัดเมี่ยง และคอหมูย่าง เพราะในจานอาหารมีผักสดใหม่หลากหลายชนิดให้ทานอย่างเอร็ดอร่อย ภายในร้านรองรับลูกค้าได้ประมาณ 200-300 ท่าน มี 2 ชั้นให้เลือกนั่งตามใจชอบ เปิดให้บริการทุกวัน 2 ช่วงเวลา 10.00 o.-14.00 น. และเปิด 17.00 น. -23.00 น. ทั้งนี้บริเวณใกล้ๆ ร้านจะมีแหล่งท่องเที่ยวหลักๆ คือ อ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอด (หัวฝาย) และวัดพระธาตุดอนหัวฝาย เป็นจุดสูงสุดของอำเภอแม่สอด ที่มีความสวยงามมาก

“ส่วนการทำประชาสัมพันธ์ ผมใช้ช่องทางเพจเฟสบุ๊ค ‘บ้านอมตะ BAANAMATA’ และแจกโบชัวร์ตามสถานที่ทั่วไป เช่น โรงแรม ห้างสรรพสินค้า แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อให้คนรับรู้ อย่างไรก็ดีลูกค้าส่วนใหญ่มาใช้บริการเกิดประทับใจกับรสชาติอาหาร ผักปลอดสารพิษเพื่อสุขภาพ สด ใหม่ ทุกวัน รวมถึงบรรยากาศภายในร้าน จึงได้มีการบอกต่อทำให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการต่อเนื่อง”

สำหรับด้านการบริหารจัดการ “ดัช” ใช้หลักการบริหารรูปแบบครอบครัว เน้นบริหารงานดูแลด้วยใจเสมือนเป็นพี่น้อง เมื่อมีปัญหาจะพูดคุยช่วยคิดช่วยแก้ไข ปัจจุบันมีพนักงาน 8 คน แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน พนักงานมีทั้งเป็นคนไทยในพื้นที่ และไทยพลัดถิ่น รวมถึงมีแรงงานชาวเมียนมา ซึ่งแรงงานทุกคนได้ขออนุญาติถูกต้งอตามกฎหมายทุกคน

“หลังจากเปิดร้านอาหารได้ระยะหนึ่งทำให้ธุรกิจขาดภาพคล่อง เงินหมุนเวียนไม่เพียงพอ แม่ของผมรู้จักกับผู้จัดการสาขาแม่สอด ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาขั้นตอน สิทธิประโยชน์ต่างๆ มีการติดตามเป็นอย่างดี หลังจากยื่นกู้สินเชื่อ ใช้เวลาอนุมัติ 2 เดือน สนับสนุนจำนวน 500,000 บาท เพื่อนำมาใช้ประกอบธุรกิจเป็นเงินทุนหมุนเวียน และนำมาปรับปรุงตกแต่งร้าน อีกทั้ง SME D Bank ยังช่วยประชาสัมพันธ์ทำการตลาดให้อีกด้วย ส่วนขั้นตอนการกู้สินเชื่อไม่ยุ่งยาก เนื่องจากทางร้านได้เก็บรวบรวมเอกสารการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ภายในร้านไว้ทุกอย่าง และทางร้านยังมีใบทะเบียนการค้าและ ใบอนุญาตทุกอย่างครบถูกต้องตามกฎหมาย”

ดัช ฝากทิ้งท้ายว่า “ผู้ประกอบการรายอื่นที่ต้องการประกอบธุรกิจเป็นของตัวเอง ต้องเริ่มจากใจที่รัก ชอบในสิ่งที่จะทำ และต้องทำอย่างเต็มที่ พร้อมวางเป้าหมายชัดเจน เชื่อว่าไม่มีอะไรทำแล้วไม่สำเร็จ ถ้าเรามีความพยายาม ใส่ใจ ทุ่มเทกับสิ่งที่ทำอย่างจริงจัง และสำหรับผู้ประกอบการที่ขาดแหล่งเงินทุน ธนาคาร SME D Bank ตอบโจทย์ความฝันของการต่อยอดธุรกิจลองศึกษาหาข้อมูล หรือสอบถามรายะเอียดที่สาขา ธนาคาร SME D Bank ทั่วประเทศ”

สอบถามรายละเอียดร้านอาหารบ้านอมตะ โทร. 09-53381-888 หรือ facebook : บ้านอมตะ BAANAMATA