นูสกิน ผนึก แอลเอฟโลจิสติกส์ เสริมศักยภาพธุรกิจ ขยายคลังสินค้าใหญ่รองรับยอดขายสินค้าออนไลน์เติบโต

0
462

นูสกิน ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำในนวัตกรรมและเทคโนโลยี ด้วยการประกาศเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท แอลเอฟโลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (LF)ผู้ให้บริการชั้นนำด้านโลจิสติกส์อย่างครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจด้านโลจิสติกส์ของ นูสกิน และรองรับการเติบโตของยอดขายออนไลน์ ซึ่งบริษัทฯ คาดยอดขายออนไลน์เติบโตโดยจะมีสัดส่วนทะลุ60% ในปีนี้

นางวิภาดา ตั้งปกรณ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นูสกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทฯ ได้มีการบุกตลาดด้วยกลยุทธ์ 3P (Products-Platforms-Programs) ตามนโยบายของบริษัทแม่ รวมถึงได้มีการจัดกิจกรรมทางการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ทำให้มีอัตราการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ ที่มีสัดส่วนยอดขายเพิ่มขึ้นเกือบ 50%ของยอดขายรวมเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทั้งนี้การเติบโตมาจากการลงทุนในแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่เรียกว่า มีคอมเมิร์ซ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยแพลตฟอร์มนี้เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้ผู้ทำธุรกิจ นูสกิน สามารถขยายฐานองค์กรได้สะดวกมากยิ่งขึ้นจากปัจจัยบวกดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องของการเตรียมความพร้อมของงานบริการเพื่อความรวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะบริการด้านโลจิสติกส์ ดังนั้น นูสกิน จึงมีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องการขยายการลงทุนด้านระบบโลจิสติกส์ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บการขนส่ง รวมถึงการกระจายสินค้า เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคตให้ครอบคลุมถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ และให้ผู้บริโภคสามารถมั่นใจในคุณภาพของสินค้าและบริการที่จะยังคงมาตรฐานทั้งความรวดเร็ว บริการที่เป็นเลิศ แม่นยำและยังมีระบบการจัดการสินค้าด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ตั้งแต่ต้นทางไปถึงปลายทางสู่มือผู้บริโภค

ล่าสุด บริษัทฯ ได้ประกาศความร่วมมือเป็นพันธมิตรกับ บริษัท แอลเอฟโลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (LF Logistics) หนึ่งในบริษัทจัดการคลังสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่มีศักยภาพด้านโลจิสติกส์อย่างครบวงจร ในการขยายคลังจัดเก็บสินค้าของ นูสกิน ควบคู่ไปกับการมีระบบการจัดการระบบไหลเวียนสินค้าด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายในการเลือกซื้อสินค้าโดยเฉพาะการสั่งสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นคลังสินค้าใหม่ต้องพร้อมรองรับสินค้าที่จะนำมาสต็อกตลอดจนตอบสนองความต้องการของลูกค้าในการให้บริการจัดส่งสินค้าให้กับผู้บริโภคได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าของ นูสกิน อีกด้วย

“นูสกิน ประเทศไทย ถือเป็นประเทศแรกที่นำร่องในการจับมือกับบริษัทจัดการคลังสินค้าแนวหน้าหลังจากที่มีการบุกตลาดด้วยกลยุทธ์ 3P รวมถึงการบุกตลาดออนไลน์ โดยในปีนี้เราได้พันธมิตรมืออาชีพอย่าง แอลเอฟโลจิสติกส์ เข้ามาช่วยดูแลและจัดการเรื่องระบบการขนส่งและเป็นคลังสินค้าให้กับบริษัท ซึ่งแผนการขยายคลังสินค้าของเรา ถือเป็นอีกหนึ่งในกลยุทธ์รองรับแพลตฟอร์ม ของ นูสกิน ที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งและสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ ซึ่งมีผลตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้คาดว่าจากการร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการด้านคลังสินค้าของ นูสกิน ในการรองรับยอดสั่งซื้อจากออนไลน์ได้มากขึ้นกว่า 300% ด้วยระบบการบริหารจัดการที่ดีและการใช้เทคโนโลยีอันทันสมัยรวมไปถึงความเป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับต้นๆของ แอลเอฟตลอดจนระบบการจัดการสินค้าภายในของ นูสกิน ที่สามารถเชื่อมโยงเข้าหากันได้เป็นอย่างดี และทำให้การจัดการสินค้าเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งคาดว่าจะมียอดขายผ่านช่องทางออนไลน์เติบโตโดยมีสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 60% ภายในสิ้นปีนี้ นับว่าเป็นการเตรียมความพร้อมที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ 3P อย่างแท้จริงทั้ง สินค้า(PRODUCTS) โปรแกรม (PROGRAMS) และแพลตฟอร์ม (PLATFORMS)”  นางวิภาดา กล่าว

นางสาวจรรยา ธนาอธิพร รองประธานกรรมการบริหารประเทศไทย บริษัท แอลเอฟโลจิสติกส์ จำกัด(LF Logistics) เปิดเผยว่า แอลเอฟโลจิสติกส์ เป็นบริษัทโลจิสติกส์ที่ให้บริการด้านการจัดการศูนย์กระจายสินค้าแบบครบวงจร (DC) Management ให้กับแบรนด์ชั้นนำกว่า 400 แบรนด์ ทั่วโลก ครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปัจจุบันบริษัทดำเนินการด้าน Distribution Center  ในกว่า 150 แห่งทั่วโลก มีเนื้อที่คลังสินค้ามากกว่า 20 ล้าน ตารางฟุต ทั้งในประเทศจีน ไต้หวัน ฮ่องกง ปากีสถาน อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา โดยคลังสินค้าแต่ละแห่งจะได้รับการปรับแต่งเพื่อให้บริการผลิตภัณฑ์ตามความต้องการทางธุรกิจของลูกค้า

สำหรับประเทศไทย แอลเอฟโลจิสติกส์ มีพื้นที่รองรับการให้บริการกว่า 2,500,000 ตารางฟุต แบ่งการให้บริการธุรกิจออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ด้านคลังสินค้า ขนส่งในประเทศ การบรรจุหีบห่อเพื่อส่งเสริมการขาย E-Commerce และการนำเข้าส่งออก และเดินพิธีการศุลกากร ในส่วนของ นูสกินนั้น ได้มอบหมายให้ แอลเอฟโลจิสติกส์ เข้ามาบริหารการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ในประเทศ ซึ่งรวมถึงการจัดเก็บสินค้า การกระจายสินค้าไปยังศูนย์บริการของ นูสกิน ทั่วประเทศ ดูแลเรื่องบรรจุและแพ็คสินค้าเพื่อเตรียมจัดส่ง นอกจากนั้น                         ยังครอบคลุมถึงการควบคุมตรวจสอบคุณภาพสินค้าเพื่อให้ได้มาตรฐานตามนโยบายควบคุมที่เคร่งครัดของ บริษัท นูสกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส สหรัฐอเมริกา

“ด้วยศักยภาพของบริษัทแอลเอฟโลจิสติกส์ เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีส่วนสำคัญในการเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตให้กับภาคธุรกิจการค้าและเศรษฐกิจของไทย ซึ่งการร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ นูสกิน ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นเรื่องของการทำธุรกิจแล้ว แอลเอฟโลจิสติกส์ ยังได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพด้านการจัดเก็บและบริหารคลังสินค้าและระบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ถือเป็นการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับบริษัทคู่ค้า อย่าง นูสกิน ในการพัฒนา กลไกด้านโลจิสติกส์ และนำไปสู่การเติบโตทางธุรกิจร่วมกันอีกด้วย”นางสาวจรรยา กล่าวสรุป