ทิพยประกันภัยและมูลนิธิธรรมดี ร่วมสืบสาน รักษา ต่อยอด ศาสตร์พระราชา นำคณะครูจากสถาบันการศึกษาต่างๆทั่วประเทศ เรียนรู้ศาสตร์พระราชา พาเยือนสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย เขื่อนขุนด่านปราการชล สร้างนวัตกรรมสร้างสรรค์เยาวชนแห่งการเรียนรู้

0
117

ทิพยประกันภัย พร้อมด้วยศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน) มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้(องค์การมหาชน) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) และมูลนิธิธรรมดีร่วมจัดโครงการ ทิพยสืบสานรักษาต่อยอดศาสตร์พระราชาพาเยือนสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทยเขื่อนขุนด่านปราการชลและศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติถอดรหัสนวัตกรรมพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่9” โดยนำคณะครูจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศร่วมเดินทางไปยังเขื่อนขุนด่านปราการชลบ้านภูกะเหรี่ยงและศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ .นครนายก เพื่อเรียนรู้ศาสตร์พระราชาที่ไม่มีวันล้าสมัยผ่านโครงการในพระราชดำริสู่การสร้างนวัตกรรมการเรียนการสอนให้กับเยาวชนต่อไป

คุณวิชชุดา ไตรธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมายตลอด  70 ปี ที่ทรงครองราชย์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนผ่านโครงการตามพระราชดำริกว่า 4,741 โครงการทั่วประเทศ หากเราปล่อยให้ศาสตร์พระราชาเหล่านั้นสูญหายไปกับกาลเวลาจะเป็นเรื่องน่าเสียดายแทนคนรุ่นหลังอย่างยิ่ง ตามปณิธานของทิพยประกันภัยในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรมมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรและยึดมั่นในการเป็นองค์กรที่สืบสานศาสตร์พระราชามาโดยตลอดครั้งนี้ถือเป็นการจัดกิจกรรมตามรอยพระราชาร่วมกับองค์กรภาคีอย่างต่อเนื่องเป็น ครั้งที่ 4 โดยทิพยประกันภัย เชื่อมั่นว่าการจัดโครงการตามรอยพระราชาอย่างต่อเนื่องนำเหล่าคณะครูอาจารย์มาเรียนรู้ศาสตร์พระราชาโครงการในพระราชดำริจะทำให้แม่พิมพ์ของชาติผู้เป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์เยาวชนสามารถนำประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ไปต่อยอดเผยแพร่เป็นนวัตกรรมทางความคิดให้กับนักเรียนนิสิตนักศึกษาทั้งยังเป็นการปลูกฝังให้เยาวชนมีหัวใจที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณธรรม 4.0  คือพอเพียงวินัยสุจริตจิตอาสาในการเรียนการทำงานและการใช้ชีวิตได้อย่างยั่งยืนต่อไป

โครงการ ทิพยสืบสานรักษาต่อยอดศาสตร์พระราชาพาเยือนสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทยเขื่อนขุนด่านปราการชลและศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติถอดรหัสนวัตกรรมพระอัจฉริยภาพของ ในหลวงรัชกาลที่ 9” เริ่มต้นด้วยการเดินทางไปยังเขื่อนชุนด่านปราการชลโดยมีวิทยากรจากกรมชลประทานถ่ายทอดความรู้ให้กับคณะได้ศึกษาพระอัจฉริยภาพด้านการจัดการน้ำและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีต่อชาวนครนายก จากการที่ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรและได้พระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการและก่อสร้างเขื่อนขุนด่านปราการชลเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำหลากในฤดูฝนเข้าท่วมพื้นที่ไร่นาและบ้านเรือนจนได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้างขณะเดียวกันพื้นที่ส่วนที่เป็นพื้นที่ลาดชันมีระดับน้ำใต้ดินต่ำไม่สามารถเก็บกักน้ำไว้ได้เมื่อฝนทิ้งช่วงจึงเกิดความแห้งแล้งจนดินแตกระแหงไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้จนบัดนี้คุณภาพชีวิตของเกษตรกรและราษฎรมีความมั่นคงผาสุกอย่างยั่งยืน

ต่อมาเดินทางไปยังศูนย์การเรียนรู้บ้านภูกะเหรี่ยงซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายในบรรยากาศที่ร่มรื่นประกอบไปด้วยพันธุ์ไม้สวนผลไม้สัตว์เลี้ยงบ่อปลาบ่อน้ำกินน้ำใช้นาข้าวกังหันวิดน้ำและสะพานพราวภูฟ้าซึ่งเป็นสะพานไม้ไผ่ที่ทอดยาวไปกลางทุ่งนาโดยคณะได้ร่วมพิธีสู่ขวัญข้าวเรียนรู้การสีข้าวแบบโบราณปลูกต้นข้าวอ่อนในแก้วการทำขนมข้าวกะยาคูและการทำน้ำต้นข้าวอ่อนอีกด้วย

จากนั้นออกเดินทางสู่ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติเป็นที่ดินที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีรับสั่งให้ซื้อไว้ในปี พ.. 2532 โดยมีรับสั่งในขณะนั้นว่าอยากมีที่ดินแถวนี้ถึงแม้ว่าจะไม่เจริญแต่เนื่องจากบริเวณนี้เต็มไปด้วยน้ำตกและป่าเขาใหญ่จึงอยากมีที่ดินแถวนี้สักผืนหนึ่งเพื่อใช้เป็นศูนย์แสดงแนวคิดของพระองค์ท่านเกี่ยวกับทฤษฎีการพัฒนาในด้านต่างๆอาทิด้านการเกษตรด้านปศุสัตว์ด้านสิ่งแวดล้อมและด้านพลังงานโดยมีวิทยากรประจำศูนย์ฯคอยถ่ายทอดความรู้ให้แก่คณะหลังจากได้ลงพื้นที่ทำกิจกรรมตลอดทั้งวันคณะครูยังได้ร่วมกิจกรรมถอดบทเรียนนำโดยคุณอดุลย์ดาราธรรมวิทยากรจิตอาสาจากสมาคมนักเรียนเก่าเอเอฟเอสประเทศไทย(TRAFS) ผ่านสื่อการเรียนรู้ด้วยเกมกระดาน(Board game) ที่มีถึง 3 แบบด้วยกันโดยแต่ละเกมกระดานที่เล่นจะให้ความสนุกได้ระดมความคิดพร้อมเนื้อหาสาระที่แตกต่างกันไปไม่ว่าจะเป็นเกม‘Game of Our Nation’ ที่สอดแทรกคุณธรรม4 ประการพอเพียงวินัยสุจริตจิตอาสาหรือเกม‘The Medici Effect 9’ ถอดบทเรียนและต่อยอดสร้างสรรค์นวัตกรรมจากการตามรอยพระราชาพร้อมด้วยเกมกระดานภาษาอังกฤษจากหนังสือชุดKing Bhumibol Adulyadej of Thailand เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนให้นักเรียนนักศึกษาได้เข้าถึงและเข้าใจเรื่องราวของพระองค์ท่านมากยิ่งขึ้น

ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน) และมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นคนไทยที่มีหัวใจเพื่อในหลวงรัชกาลที่9 ร่วมเดินทางตามรอยพระราชาร่วมกันในครั้งนี้ทั้งในส่วนของตัวแทนจากองค์กรภาคีผู้สนับสนุนใจดีและคณะครูอาจารย์โดยคณะที่ร่วมเดินทางตามรอยพระราชาครั้งนี้ยังได้รับคู่มือการเรียนรู้ควบคู่การท่องเที่ยวตามรอยพระราชาหนังสือธรรมดีที่พ่อทำและชุดหนังสือ King Bhumibol Adulyadej of

Thailand เป็นหนังสือภาษาอังกฤษ 3 เล่ม ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติพระราชจริยวัตรและพระอัจฉริยภาพตั้งแต่เมื่อทรงพระเยาว์จวบจนแสงสุดท้ายที่พระองค์ทรงกระทำเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูและพัฒนาคนไทยทุกหมู่เหล่าเพื่อให้เด็กไทยสามารถตอบชาวต่างชาติด้วยความภูมิใจได้ว่าทำไมคนไทยถึงรักในหลวงรัชกาลที่9” ทั้งยังเป็นแบบอย่างที่ดีเยี่ยมในการใช้ชีวิตให้แก่เยาวชนคนรุ่นหลังเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความดีพร้อมงอกเงยเป็นผู้ใหญ่ที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณธรรม

การเดินทางตามรอยพระราชาในครั้งที่ 4 นี้ถือเป็นเพียงก้าวเริ่มต้นจาก 9 เส้นทาง 81 แหล่งเรียนรู้มีชีวิตตามรอยศาสตร์พระราชาโดยทิพยประกันภัยจะยังคงมุ่งมั่นตามปณิธานในการเป็นองค์กรที่สืบสานศาสตร์พระราชาในการสนับสนุนโครงการตามรอยพระราชาและนำพาเหล่าคณะครูอาจารย์จากสถาบันต่างๆทั่วประเทศไปยังเส้นทางแหล่งเรียนรู้อื่นๆต่อไปเพื่อเป็นการน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ‘เราจะสืบสานรักษาและต่อยอดและครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป