“คลินิกแก้หนี้” ทางออกของคนมีหนี้ กับ อุดม พลสมบัตินันท์ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM)

0
61

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่ปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันกลับพบว่า คนรุ่นใหม่ในวัยทำงานที่กำลังจะก้าวสู่ผู้สูงวัยในอนาคต กลับมีภาระหนี้กันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือหนี้ส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ก่อเกิดปัญหาหนี้ครัวเรือน ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและจิตใจ เป็นปัญหาใหญ่ที่เชื่อมโยงคุณภาพประชากรของไทยในอนาคต จากตัวเลขหนี้สินครัวเรือน (สินเชื่อจากสถาบันการเงิน) ของธนาคารแห่งประเทศไทย ไตรมาสแรกของปี 2561 มีมูลค่าเท่ากับ 12.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 5.2 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 77.7 ต่อ GDP และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทั้งยอดหนี้ และระยะเวลาการเป็นหนี้ที่นานขึ้น แม้จะเข้าวัยสูงอายุ อันจะส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจโดยรวมและปัญหาสังคมของประเทศตามมา

จึงเป็นที่มาของโครงการ “คลินิกแก้หนี้” ที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาหนี้ส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน โดย อุดม พลสมบัตินันท์ ผู้บริหารโครงการคลินิกแก้หนี้ กล่าวว่า โครงการคลินิกแก้หนี้ เป็นโครงการที่มีประโยชน์ในภาพรวม เป็นโครงการนำร่องที่เกิดจากเจตนารมณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ต้องการวางพื้นฐานในการช่วยเหลือประชาชนรายย่อยในการแก้ไขปัญหาหนี้ส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่งมีหนี้ค้างชำระอยู่กับธนาคาพาณิชย์หลายแห่ง ให้สามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินได้อย่างเบ็ดเสร็จและมีประสิทธิภาพ โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ ธนาคารพาณิชย์ของไทยและต่างประเทศจำนวน 15 แห่ง ร่วมกันจัดตั้งโครงการนี้ขึ้น  และมอบหมายให้  บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการดำเนินการแบบครบวงจร  เพื่อช่วยเหลือกลุ่มคนที่เป็นหนี้เสียบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ที่ต้องการจะแก้ไขหนี้ที่มีอยู่ให้ได้ข้อยุติในการแก้ไขปัญหาหนี้ในคราวเดียว บริหารจัดการชำระหนี้ได้อย่างเหมาะสมตามความสามารถที่แท้จริง ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างวินัยทางการเงินที่ดี รวมถึงการให้ความรู้ทางการเงินแก่ผู้ที่สนใจ

โครงการคลินิกแก้หนี้ ถือเป็นโครงการใหม่ที่เกิดขึ้น ซึ่งเปิดดำเนินการเมื่อกลางปีที่ผ่านมา (1 มิถุนายน 2560) โดยในระยะแรกเน้นแก้ไขปัญหาให้กับกลุ่มคนที่มีเงินเดือนประจำและต้องมีหนี้ NPL (สินเชื่อด้อยคุณภาพ หรือ หนี้เสีย) กับธนาคาร 2 แห่งขึ้นไป ก่อนวันที่ 1 พฤษภาคม 2560 ต่อมาได้มีการพิจารณาปรับเกณฑ์คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกหนี้ได้เข้าร่วมโครงการ จากเดิมที่ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นกลุ่มคนที่มีเงินเดือนประจำ ในต้นปี 2561 ได้ปรับเงื่อนไขเพิ่มกลุ่มคนที่มีรายได้อิสระเข้ามาร่วมด้วย และขยายระยะเวลาของการเป็นหนี้ NPL ใหม่เป็นวันที่ 1 เมษายน 2561 ทำให้กลุ่มลูกหนี้ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการได้เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาเข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้ได้ ถือเป็นกลุ่มคนที่ได้รับโอกาสที่ดีในการแก้ไขปัญหาหนี้ เนื่องจากแผนการชำระหนี้ของโครงการมีความชัดเจน เริ่มต้นการชำระหนี้ใหม่ที่เงินต้นคงเหลือ ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำอยู่ระหว่าง 4% – 7% ต่อปี ขึ้นอยู่กับรายได้ของลูกค้า นับว่าเอื้อต่อการแก้ไขหนี้มาก โดยให้ระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้ที่เหมาะสม นานสุดไม่เกิน 10 ปี ส่วนดอกเบี้ยค้างชำระเดิมตั้งพักไว้และจะยกให้เมื่อลูกหนี้ชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ไม่ได้เป็นโครงการภาคบังคับ แต่ต้องเกิดจากความสมัครใจของลูกค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ ซึ่งระหว่างที่เข้าร่วมโครงการ ลูกหนี้จะต้องไม่ก่อหนี้ใหม่ในช่วงเวลาที่กำหนดเพื่อให้การแก้ไขปัญหาหนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ภายหลังจากที่โครงการเปิดดำเนินงานได้ระยะเวลาหนึ่ง ทีมงานของโครงการได้มีการสอบถามความเปลี่ยนแปลงไปยังกลุ่มลูกค้า หลังจากที่เข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้แล้ว 6 เดือน ว่าเป็นอย่างไร โดยพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่ได้เรียนรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมกับสิ่งที่ทุกๆ คนได้รับจากโครงการ คือ 1.การได้รับโอกาสในการชำระหนี้ในระยะเวลาที่เหมาะสม ที่ต้นเงินคงเหลือ ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเดิมก่อนเข้าร่วมโครงการ กำหนดงวดการผ่อนชำระหนี้ที่ชัดเจน และคงที่ตลอดสัญญา ทำให้สามารถวางแผนการใช้จ่ายได้ เห็นแสงสว่างในการชำระหนี้เสร็จสิ้นได้  2.ไม่ต้องถูกตามหนี้ ทำให้มีสมาธิในการทำงานได้อย่างสบายใจ ลดความกังวล และบรรยากาศภายในครอบครัวดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับก่อนเข้าร่วมโครงการ  3.บางรายสามารถที่จะเริ่มมีเงินออมให้กับครอบครัว บางรายสามารถกลับมามีเงินส่งเพื่อเลี้ยงดูแลพ่อแม่ได้อีกครั้ง เกิดความภูมิใจในตัวเองหลังจากต้องอยู่กับปัญหาหนี้สินมาเป็นเวลานาน

ณ สิ้นเดือนกันยายน 2561 คลิกนิกแก้หนี้ มีผู้ที่เข้าร่วมโครงการ 921 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนวัยทำงานที่มีอายุเฉลี่ย 25 ปีขึ้นไป มีหนี้โดยเฉลี่ยรายละ 278,000 บาท กำหนดระยะเวลาในการชำระหนี้เฉลี่ย 68 เดือน ขณะนี้มีลูกหนี้ทำการปิดบัญชีแล้ว 11 ราย  เป็นสิ่งที่น่ายินดีที่โครงการนี้สามารถช่วยให้ประชาชนรายย่อยได้มีโอกาสตั้งหลัก และกลับมาลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง นอกจากนี้บทบาทอีกด้านหนึ่งของโครงการคลินิกแก้หนี้ คือการให้ความรู้แก่องค์กรต่างๆ ที่สนใจ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เป้าหมายคือต้องการให้คนได้เรียนรู้พื้นฐานทางด้านการเงิน การออม การบริหารหนี้ ให้ถูกต้อง ซึ่งโครงการได้ให้ความรู้แก่องค์กรต่างๆ ไปแล้วกว่า 30 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มโรงงาน กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มการตลาด หรือกลุ่มสื่อสาร  เป็นต้น

“โครงการนี้เป็นโครงการระยะยาว ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหาหนี้ส่วนหนึ่งของภาคครัวเรือนให้เบาบางลงได้ โดยในอนาคตก็คาดว่าจะขยายกลุ่มลูกหนี้ที่เป็นหนี้เสียของ Non Bank ให้สามารถเข้ามาร่วมอยู่ในโครงการคลินิกแก้หนี้ได้ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ” ผู้บริหารโครงการคลินิกแก้หนี้ กล่าวปิดท้าย

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดโครงการได้ที่ www.คลินิกแก้หนี้.com ทาง Facebook คลินิกแก้หนี้   Call Center 02-610-2266 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-17.00 น. หรือ 5 สำนักงานรวมทั้งสาขา ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น พิษณุโลก สุราษฎร์ธานี และกรุงเทพฯ

                         

ติดตามรับข่าวสารได้ที่ หนังสือพิมพ์ Thai MLM News ฉบับที่ 60 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2561