ครั้งแรกของซูเปอร์มาร์เก็ตไทย เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล นำนวัตกรรม AIเชื่อมโลกช้อปปิ้ง  เปิดตัวหุ่นยนต์ผู้ช่วยบริการอัจฉริยะ “น้องเต็มใจ” รับผู้บริโภคยุค New Normal 

0
619

 เมื่อโควิดเร่งให้ทุกธุรกิจต้องปรับตัวรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้ชีวิตวิถีใหม่ มีการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัดในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำนวัตกรรมค้าปลีกซูเปอร์มาร์เก็ตที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ตอบสนองผู้บริโภคยุค New Normal เปิดตัวหุ่นยนต์บริการอัจฉริยะ “น้องเต็มใจ” ครั้งแรกของซูเปอร์มาร์เก็ตไทยกับการนำนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อเป็นผู้ช่วยพนักงาน เติมเต็มและยกระดับการบริการให้มีประสิทธิภาพ สร้างประสบการณ์ใหม่เชื่อมโลก Robotics กับการช้อปปิ้งให้ใกล้กันมากขึ้นกว่าเดิม พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ท็อปส์ มาร์เก็ต และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ 21 สาขาทั่วประเทศ  

นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยว่า “จากการเก็บข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าในช่วงเกือบ 2 ปีที่มีการแพร่ระบาดพบว่า สถานการณ์โควิดทำให้นักช้อปมีการปรับเปลี่ยนชุดพฤติกรรม รูปแบบวิถีชีวิตประจำวันจนกลายเป็นการใช้ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) โดยลูกค้าของเราวางแผนการซื้อสินค้าล่วงหน้าเพื่อใช้เวลาในร้านให้น้อยลง ให้ความสำคัญกับการเว้นระยะห่างลดการสัมผัสและการปฏิสัมพันธ์กับบุคคลในร้านมากขึ้น  เพื่อปรับตัวให้ทันกับรูปแบบการช้อปปิ้งแนวใหม่ บริษัทฯ จึงตัดสินใจนำ AI Service Robot หรือ “น้องเต็มใจ” หุ่นยนต์ผู้ช่วยบริการอัจฉริยะมาช่วยเสริมทัพพนักงานของเรา นับเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตรายแรกในประเทศไทยที่นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มาร่วมให้บริการอย่างเป็นทางการ โดยมุ่งหวังว่าหุ่นยนต์ผู้ช่วยจะเติมเต็มประสบการณ์แปลกใหม่ สร้างสีสันในการช้อปปิ้งให้กับลูกค้า (Customer Experience) เพิ่มโอกาสในการนำเสนอสินค้าช่วยส่งเสริมการขายให้กับแบรนด์ต่างๆ ได้อย่างยอดเยี่ยมในทุกช่วงสถานการณ์  อีกทั้งเป็นกำลังเสริมให้กับพนักงานของเรา ตลอดจนส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับท็อปส์ และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ในด้านผู้นำค้าปลีกซูเปอร์มาร์เก็ตที่ให้ความสำคัญกับการเลือกหานวัตกรรมเพื่อสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับลูกค้าอยู่เสมอ เพราะปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้นวัตกรรมที่ทันสมัยคืออีกกุญแจสำคัญของความสำเร็จของธุรกิจที่ให้บริการ

ด้านคุณสมบัติหลักของหุ่นยนต์ผู้ช่วยบริการอัจฉริยะจะแบ่งเป็น 2 โหมดหลัก ได้แก่

  1. Cruising Mode ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยพนักงานแนะนำสินค้าต่าง ๆ เช่น สินค้าโปรโมชั่น สินค้าใหม่ ซึ่งแต่ละสาขาสามารถคัดเลือกสินค้ามานำเสนอให้เหมาะกับแต่ละช่วงเวลา เพิ่มโอกาสทางการขายมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันลูกค้าก็จะไม่พลาดกับสินค้าราคาพิเศษ, การแจก Product Sampling ทำให้ลูกค้าได้ทดลองชิม-ใช้สินค้าที่ต้องการโปรโมท โดยน้องเต็มใจจะเคลื่อนที่ไปรอบๆ ร้านและนำเสนอสินค้าให้กับลูกค้าที่มาช้อปปิ้งโดยตรง ซึ่งโหมดดังกล่าวใช้เทคโนโลยี Facial Detection – AI based technology ในการตรวจจับใบหน้าของลูกค้าที่อยู่ข้างหน้า โดยหุ่นยนต์จะลดความเร็วลงและหยุดเพื่อให้ลูกค้าสามารถหยิบซื้อ ทดลองสินค้าได้
  2. Navigation Mode  โหมดผู้ช่วยนำทางซึ่งลูกค้าสามารถกดเลือกโซนสินค้าเพื่อให้หุ่นยนต์ผู้ช่วยบริการอัจฉริยะนำทางไปยังแผนกที่ต้องการทำให้ลูกค้าสามารถหาสินค้าได้ง่าย รวดเร็วประหยัดเวลามากขึ้น  โดยใช้ Lidar sensor + Vision Positioning เป็นเทคโนโลยีเดียวกับรถยนต์อัจริยะไร้คนขับ เพื่อตรวจจับวัตถุและใช้ในการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์ ซึ่งระบบนี้จะช่วยตรวจจับสิ่งกีดขวางที่อยู่ด้านหน้าและคำนวนเส้นทางเพื่อหลบหลีกลูกค้า  สิ่งกีดขวาง ป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นภายในร้าน ซึ่งเทคโนโลยีนี้ยังทำให้หุ่นยนต์สามารถสร้างแผนที่เสมือนจริง (Virtual Mapping) ในการนำทางภายในร้านโดยไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น การทำสัญลักษณ์ (Marker) บนพื้นเพื่อใช้นำทางการเดินของหุ่นยนต์

สำหรับแผนการติดตั้งภายในปีนี้บริษัทฯ เตรียมติดตั้งหุ่นยนต์ผู้ช่วยบริการอัจฉริยะที่ท็อปส์ มาร์เก็ต และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ 21 สาขา ทั้งในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม  ชลบุรี  อยุธยา เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ขอนแก่น และนครรราชสีมา ซึ่งในบางสาขาที่ได้เริ่มให้บริการไปแล้วได้รับความสนใจและลูกค้าให้การตอบรับที่ดี เนื่องจาก AI Service Robot หรือ “น้องเต็มใจ” หุ่นยนต์ผู้ช่วยบริการอัจฉริยะเป็นเทคโนโลยีฟังก์ชั่นใหม่ที่ยังไม่มีในซูเปอร์มาร์เก็ตที่อื่น อีกทั้งการนำนวัตกรรมหุ่นยนต์  AI มาให้บริการเป็นหนึ่งในนโยบาย Digital Transformation ของบริษัทฯ ในการก้าวสู่ Innovated Supermarket ที่ในอนาคตบริษัทฯ มีแผนนำนวัตกรรมที่น่าสนใจมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวก สร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ (Seamless Shopping Experience) ให้กับลูกค้าเพิ่มมากขึ้นในทุกมิติ รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีมาสร้าง Circular Economy ซึ่งเป็นไปตามนโยบายเรื่องความยั่งยืน เป็นการเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของซูเปอร์มาร์เก็ต” นายสเตฟาน กล่าวทิ้งท้าย

เกี่ยวกับเซ็นทรัล รีเทล

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ เซ็นทรัล รีเทล เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย และเป็นบริษัทเรือธงด้านค้าปลีกซึ่งเป็นรากฐานของกลุ่มเซ็นทรัล มีเครือข่ายร้านค้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีก 3,687 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564) นำเสนอสินค้าหลากหลายประเภท (Multi-category) ผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-format) อาทิ ห้างสรรพสินค้า, ร้านสะดวกซื้อ, ร้านขายสินค้าเฉพาะทาง, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ไฮเปอร์มาร์เก็ต, พลาซ่า และการจำหน่ายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มออมนิแชนแนล ธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล ครอบคลุมทั้งหมด 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ (1) กลุ่มแฟชั่น เน้นสินค้าเสื้อผ้าและเครื่องประดับ ภายใต้ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, ซูเปอร์สปอร์ต, เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (CMG) และรีนาเชนเต (Rinascente); (2) กลุ่มฮาร์ดไลน์ เน้นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าตกแต่งซ่อมแซมบ้าน ภายใต้ ไทวัสดุ, บ้านแอนด์บียอนด์, เพาเวอร์บาย, เหงียนคิม, ออฟฟิศเมท, บีทูเอส, และเมพ (e-book); (3) กลุ่มฟู้ด เน้นสินค้าของสดและของใช้บริโภคในครัวเรือน ภายใต้ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ เดลี่, แฟมิลี่มาร์ท, บิ๊กซี/โก! และลานชี มาร์ท; และ (4) กลุ่มพร้อพเพอร์ตี้ เน้นให้เช่าพื้นที่ค้าปลีกแก่บุคคลภายนอกและร้านค้าในเครือฯ ภายใต้ โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์, ท็อปส์ พลาซ่า, และบิ๊กซี/โก! โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 เซ็นทรัล รีเทล ดำเนินธุรกิจใน 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ทั้งหมด 54 จังหวัด, ประเทศเวียดนาม ทั้งหมด 39 จังหวัด , และประเทศอิตาลี ในเมืองหลักๆ ทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564)

First in Thailand’s supermarkets, Central Food Retail utilizes AI technology 

to facilitate shopping, introducing Temjai, an AI Service Robot, 

to offer convenience to consumers in the New Normal​

18 November, 2021- COVID-19 has accelerated all businesses to adapt themselves in line with the new normal, as social distancing is key to preventing the spread. Central Food Retail under Central Retail reaffirms its position as the leader of constantly evolving supermarket innovation by introducing Temjai, an AI Service Robot, the first of its kind in Thailand’s supermarkets. Using artificial intelligence (AI), the robot serves as an assistant to store staff to fulfill needs and offer another level of service, connecting the world of robotics and shopping. Temjai AI Service Robots are now officially in use at 21 Tops Market and Central Food Hall stores nationwide.  

Stephane Coum, CEO of Central Food Retail Company Limited under Central Retail, said, “We’ve collected data on customer behavior over the past two years since the start of the pandemic, and have found that the COVID-19 situation has changed customer behavior and daily lives, resulting in a New Normal. Our customers plan their purchases in advance in order to reduce the time spent in our stores, and they care about social distancing, contactless activities, and minimum interactions with people in the store. To adapt to these new shopping behaviors, we’ve decided to introduce Temjai, an AI Service Robot, to assist our store staff. We are the first supermarket in Thailand to officially use artificial intelligence (AI) to service our customers.  We hope that our AI Service Robots will offer a unique and fun customer experience, thereby increasing sales opportunities for brands in every situation. These robots will also help our store staff, and uplift Tops’ and Central Food Hall’s image as leading supermarket brands that recognize the importance of finding innovative ways to introduce new experiences to customers. Undeniably, innovation is an important success factor in the service sector.”

Key features of the AI Service Robot include two main modes:  

  1. Cruising Mode: In this mode, the robot will help promote products such as promotional items and new products. Each store can select what products they want to feature based on the timing. This helps increase sales opportunities, and customers will not miss special price items. The robot can also hand out product samples to customers so they can try promotional products. Temjai will cruise around the store and offer products to customers directly. This mode utilizes AI-based Facial Detection technology to detect customers’ faces in front of the robot. When the robot meets a customer, it will slow down and stop so that the customer can pick up or sample the products.   
  2. Navigation Mode: In this mode, the robot can help lead customers to where they want to go. Customers can select the zone that they want to visit, and the AI Service Robot will take them there, making it easier for customers to find what they’re looking for and save time. This mode utilizes Lidar sensor and Vision Positioning technology, similar to a self-driving vehicle. This technology can detect objects and tells the robot in which direction to move. By detecting obstacles in front of the robot, and being programmed to take a route that will not disturb walking customers, this technology can help the robot prevent possible accidents. It also allows the robot to install virtual mapping of the store without any additional devices or markings to help it navigate.  

“For this year’s installation plan, Central Food Retail aims to have the AI Service Robots at 21 Tops Market and Central Food Hall stores in Bangkok, Nonthaburi, Pathumthani, Samutprakan, Nakhon Pathom, Chonburi, Ayutthaya, Chiang Mai, Suratthani, Phuket, Khon Kaen, and Nakhon Ratchasima, some of which already have these AI Service Robots in place with great feedback from customers. Temjai, AI Service Robots, is a new smart technology that has never been launched in any other supermarket. Having AI robot technology to offer services is part of our company’s digital transformation plan in order to become an ‘Innovated Supermarket’ in the future. Central Food Retail has plans to introduce other interesting innovations to facilitate customers and offer a seamless shopping experience in every aspect, and to use technology to create a circular economy to achieve our sustainability goal. This will prepare us to drive our business forward and enter a new era of supermarkets,” said Stephane.

About Central Retail

Central Retail Corporation Company Limited (Central Retail) is the retail leader in Thailand and the flagship company at the roots of Central Group. It has a network of 3,687 branded stores (as of 30 June 2021) offering multi-category products through multi-format channels such as department stores, convenience stores, specialty stores, supermarkets, hypermarkets, plazas and online sales through omnichannel platforms. Central Retail’s business is organized into 4 operating segments based on business units; (1) Fashion, which focuses on apparel and accessories under Central Department Store, Robinson Department Store, Supersports, Central Marketing Group (CMG) and Rinascente; (2) Hardline, which focuses on electronics and home improvement under Thai Watsadu, Baan and Beyond, Power Buy, Nguyen Kim, OfficeMate, B2S and meb; (3) Food, which focuses on groceries under Central Food Hall, Tops Market, Tops Daily, FamilyMart, Big C/GO! and Lanchi Mart; and (4) Property, which focuses on leasing retail property to third parties and to its own stores under Robinson Lifestyle Center, Tops Plaza, and Big C / GO!. As of 30 June 2021, Central Retail has its presence in 3 countries – in 54 provinces of Thailand, 39 provinces of Vietnam and across key cities in Italy (as of 30 June 2021).