คปภ. สนองนโยบายรัฐบาล หนุนผู้ประกอบการ SME จังหวัดระยอง ใช้ระบบประกันภัยบริหารความเสี่ยงรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC • เร่งต่อยอดประกันภัย SME package ช่วยบริหารความเสี่ยงอย่างครบวงจร และตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มธุรกิจ SME อย่างแท้จริง

0
169

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(เลขาธิการคปภ.) เป็นประธานเปิดการสัมมนาในหัวข้อประกันภัยถูกทางสร้างเกราะให้ SME” ณ โรงแรมระยองแมริออท รีสอร์ทแอนด์สปา จังหวัดระยอง ซึ่งจัดโดยสายกฎหมายและคดีสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(สำนักงานคปภ.) เพื่อให้ความรู้และสร้างความเข้าใจด้านประกันภัยในเชิงรุกแก่ประชาชนหน่วยงานภาครัฐเอกชนตลอดจนผู้ประกอบธุรกิจขนาดย่อมหรือผู้ประกอบธุรกิจ SME ได้เข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์เงื่อนไขความคุ้มครองตลอดจนข้อยกเว้นของกรมธรรม์ประกันภัยประเภทต่างๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้สอดคล้องกับความเสี่ยงของบุคคลหรือธุรกิจของตนเอง ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้เป็นจำนวนมากโดยได้รับเกียรติจาก นายสุรชัย ยุติธรรมนนท์ นายอำเภอแกลง จังหวัดระยอง ให้การต้อนรับและได้กล่าวขอบคุณสำนักงานคปภ. ที่เลือกจังหวัดระยอง เป็นพื้นที่เป้าหมายในการให้ความรู้ด้านประกันภัยแก่ผู้ประกอบการ SME อันจะเป็นประโยชน์ต่อการนำระบบประกันภัยเข้ามาบริหารความเสี่ยงภัยต่อการประกอบธุรกิจ

ในโอกาสนี้ ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคปภ. ได้เปิดการสัมมนาและปาฐกถาพิเศษ โดยกล่าวในตอนหนึ่งว่าในช่วงที่ผ่านมาตนพร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคปภ. ได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังสภาพปัญหาด้านประกันภัยตลอดจนความต้องการที่แท้จริงของผู้เอาประกันภัย โดยนำข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากการลงพื้นที่มาปรับปรุงและออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ๆ เพื่อรองรับความเสี่ยงภัยและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากและกลุ่มธุรกิจ SME ให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากระบบประกันภัย เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงอีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมและสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการทำประกันภัยเช่นผลิตภัณฑ์ไมโครอินชัวรันส์ในรูปแบบต่างๆ อาทิ กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุ กลุ่ม 7 บาท กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุ กลุ่ม 10 บาท พลัสกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยแบบประหยัดสำหรับรายย่อยจ่ายเบี้ยประกันภัยแค่ 400 บาท ต่อปี กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุสงกรานต์สุขใจพลัสหรือประกันภัย 222 รวมไปถึงกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองภัยตามฤดูกาลอย่างกรมธรรม์ประกันภัยไข้เลือดออกเป็นต้น

นอกจากนี้สำนักงานคปภ. ได้ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคเกษตรกรรมเช่น การประกันภัยข้าวนาปี การประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ การประกันภัยทุเรียน การประกันภัยโคนม การประกันภัยลำไย และล่าสุดได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยเพื่อกลุ่มชาวประมงเรือพื้นบ้านเพื่อช่วยบรรเทาความเสียหายจากภัยธรรมชาติให้กับชาวประมงพื้นบ้านซึ่งมุ่งเน้นการให้ความคุ้มครองทั้งความเสียหายต่อตัวเรือประมงและการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของชาวประมงและลูกเรือประมง

เลขาธิการคปภ. กล่าวด้วยว่าในการเลือกพื้นที่จังหวัดระยอง เพื่อให้ความรู้ด้านประกันภัยกับกลุ่มผู้ประกอบการ SME ในครั้งนี้เนื่องจากสำนักงานคปภ. เล็งเห็นถึงศักยภาพของจังหวัดระยอง ซึ่งมีความหลากหลายในทางเศรษฐกิจทั้งในด้านอุตสาหกรรมเกษตรกรรมและประมงทั้งอยู่ในกลุ่มจังหวัดที่เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC อันจะส่งผลทำให้เป็นพื้นที่ที่มีการพัฒนาในทุกมิติและในทุกมิติของการพัฒนาความเจริญไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสร้างอาชีพการศึกษาการพัฒนาบุคลากรการพัฒนาเมืองใหม่การสร้างระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่ทันสมัยการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรวมไปถึงการยกระดับเทคโนโลยีเพื่อรองรับความเจริญที่จะเกิดขึ้นนั้นจำเป็นต้องมีเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงซึ่งระบบประกันภัยจะมีบทบาทสำคัญในการบริหารความเสี่ยงภัยแม้ที่ผ่านมาสำนักงานคปภ. จะเดินหน้าภารกิจต่างๆเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มตลอดจนภาคอุตสาหกรรมทุกขนาดเข้าถึงระบบประกันภัยแต่สำนักงานคปภ. จำเป็นต้องเข้าไปดูแลประชาชนกลุ่มรากหญ้าและกลุ่มธุรกิจ SME เป็นพิเศษเนื่องจากทั้งสองกลุ่มยังขาดความพร้อมและยังใช้ประโยชน์จากระบบประกันภัยไม่เต็มที่ดังนั้นสำนักงานคปภ. จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เหมาะสมกับสภาพความเสี่ยงของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางที่มีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท และวิสาหกิจขนาดกลางไม่เกิน 200 ล้านบาท หรือที่เรียกกันว่า SME package ซึ่งประกอบด้วยการคุ้มครองภัยต่างๆที่จะช่วยกลุ่มธุรกิจ SME ในการบริหารความเสี่ยงโดยมีเบี้ยประกันภัยที่ไม่แพงและขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงและพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยต่างๆ เพื่อจะตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มธุรกิจ SME ได้ดีขึ้นและพร้อมน้อมรับทุกข้อแนะนำและความเห็นเพื่อนำไปปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ด้านนายวิวัฒน์ วารีรัตนโรจน์ อดีตกรรมการบริหารสมาคมประมง จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้เปิดเผยว่าตนมีธุรกิจทำเรือประมงและแพปลาในพื้นที่อำเภอแกลงมานานกว่า 50 ปี ได้เห็นวิวัฒนาการของการทำประมงพื้นบ้านและการทำประมงขนาดใหญ่ในพื้นที่จังหวัดระยองมาโดยตลอดและสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คืออาชีพการทำประมงมีความเสี่ยงต่อการประสบอุบัติภัยจากภัยธรรมชาติทั้งในขณะออกเรือหาปลาหรือจอดเรืออยู่ที่ชายฝั่งเพราะถ้าเกิดพายุพัดถล่มเข้ามาวันใดเรือประมงและอุปกรณ์ก็จะได้รับความเสียหายซึ่งปรากฏเป็นข่าวผ่านสื่ออยู่เนืองๆ ดังนั้นการลงพื้นที่เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ SME ของสำนักงานคปภ. ในครั้งนี้ทำให้ผู้ประกอบการได้เข้าใจระบบการประกันภัยมากขึ้นและได้รู้จักกับกรมธรรม์ประมงเรือพื้นบ้านเป็นครั้งแรกซึ่งนับว่าเป็นกรมธรรม์ที่มีประโยชน์ต่อชาวประมงเป็นอย่างมากดังนั้นจึงอยากให้สำนักงานคปภขยายผลและต่อยอดองค์ความรู้เกี่ยวกับกรมธรรม์ประมงเรือพื้นบ้านด้วยการประสานความร่วมมือกับทุกจังหวัดที่มีการจัดตั้งสมาคมประมงเพื่อเข้าไปให้ความรู้กับสมาชิกของสมาคมประมงที่มีอยู่ในราว 2 – 4 หมื่นรายทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้ชาวประมงได้รับอานิสงส์จากกรมธรรม์นี้อย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นและขอขอบคุณสำนักงานคปภ. ที่จัดสัมมนาให้ความรู้ในครั้งนี้ทำให้ผู้ประกอบการ SME มีความเข้าใจและตื่นตัวที่จะทำประกันภัยกันมากขึ้น

ในขณะที่นายสุทธิ ศรีธาราม ผู้ประกอบที่พักอาศัยและเรือข้ามฟากท่าเรือเกาะเสม็ด เปิดเผยว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องการทำธุรกิจบนความพึงพอใจและความประทับใจของลูกค้าผู้มาใช้บริการอยู่ตลอดเวลาเช่น เมื่อลูกค้าประสบอุบัติเหตุในระหว่างเข้าพักอาศัยหรือนั่งเรือข้ามฟากผู้ประกอบการจะสามารถเข้าไปดูแลลูกค้าให้ได้รับการรักษาที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานได้อย่างไรในกรณีที่ลูกค้าเข้าพักอาศัยในที่พักแล้วมีกิ่งไม้ขนาดใหญ่หักใส่หลังคาที่พักส่งผลทำให้ลูกค้าได้รับบาดเจ็บในขณะที่ที่พักอาศัยก็ได้รับความเสียหายเหล่านี้ถือเป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการจะต้องแบกรับภาระทั้งทางตรงและทางอ้อมเพียงเพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการแต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าจะหาซื้อประกันภัยในลักษณะนี้อย่างไรดังนั้นการลงพื้นที่ให้ความรู้ของสำนักงานคปภ. ในครั้งนี้จึงมีประโยชน์ต่อผู้ประกอบการSME เป็นอย่างมากเพราะทำให้ผู้ประกอบการเข้าใจและมีทัศนคติที่ดีต่อการนำระบบประกันภัยเข้ามาบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบครบวงจรและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น