คปภ. ติดตามเร่งรัดการเยียวยาค่าสินไหมทดแทน กรณีอุบัติเหตุรถตู้เสียหลักชนต้นไม้ ตาย 6 ศพ บาดเจ็บ 5 ราย จังหวัดชุมพร

0
222

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ตู้ หมายเลขทะเบียน ฮท 8263 กรุงเทพมหานคร เสียหลักลงเกาะกลางชนต้นไม้ บริเวณมุกดารีสอร์ท ถนนเอเชีย 41 กม33+400 (ขาขึ้นกรุงเทพฯ) ตำบลสวี อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 6 ราย บาดเจ็บ 5 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 โดยเบื้องต้นได้สั่งการให้ สำนักงาน คปภ. จังหวัดชุมพร ตรวจสอบและลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกด้านประกันภัยอย่างใกล้ชิด ตลอดจนติดตามเร่งรัดให้บริษัทประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนเพื่อเยียวยาความสูญเสียโดยเร็ว

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ บูรณาการ ร่วมกับ สำนักงาน คปภ. ภาค 8 (สุราษฎร์ธานี) และ สำนักงาน คปภ. จังหวัดชุมพร ติดตามบริษัทประกันภัยเพื่อเร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ถูกต้อง รวดเร็ว และ เป็นธรรม พร้อมทั้ง ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมว่าผู้เสียชีวิตมีการทำประกันชีวิตหรืออุบัติเหตุส่วนบุคคลประเภทอื่นๆ ไว้ด้วยหรือไม่ เพื่อใช้ระบบประกันภัยช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต ทั้ง 6 ราย และผู้บาดเจ็บ 5 ราย อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

ทั้งนี้ ได้รับรายงานเบื้องต้นจาก สำนักงาน คปภ. จังหวัดชุมพร ว่า รถยนต์ตู้ หมายเลขทะเบียน ฮท 8263 กรุงเทพมหานคร ได้ทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับ บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์เลขที่ NCMI9001091640 เริ่มความคุ้มครอง วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 สิ้นสุดความคุ้มครอง วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 โดยให้ความคุ้มครองผู้ประสบภัย กรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพอย่างถาวร จำนวน 300,000 บาทต่อหนึ่งคน กรณีความเสียหายต่อร่างกายหรืออนามัย จำนวน 80,000 บาทต่อหนึ่งคน ในกรณีเข้ารักษาในสถานพยาบาลในฐานะคนไข้ใน จะได้รับค่าชดเชยรายวัน จำนวน 200 บาทต่อวัน รวมกันไม่เกิน 20 วัน ทั้งนี้จากตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์ตู้คันดังกล่าวไม่ได้ทำประกันภัยรถภาคสมัครใจแต่อย่างใด

สำหรับการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 6 ราย นั้น จากการติดตามอย่างใกล้ชิดทราบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 6 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่า ที่เดินทางกลับจากการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยขณะนี้ทางครอบครัวได้นำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้ว ดังนั้น สำนักงาน คปภ. จังหวัดชุมพรจึงประสานงานไปยัง สำนักงาน คปภ. จังหวัดนนทบุรี สำนักงาน คปภ. จังหวัดนครสวรรค์ สำนักงาน คปภ.จังหวัดสิงห์บุรี และสำนักงาน คปภ. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่ออำนวยความสะดวกด้านประกันภัยให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากบริษัทประกันภัยว่าได้มีการติดต่อกับทายาทของผู้เสียชีวิต ทั้ง 6 ราย แล้ว และจะเร่งดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ทายาทโดยธรรมของผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนจัดทำเอกสารประกอบการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ในส่วนของผู้บาดเจ็บ ทั้ง 5 ราย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่า 4 ราย และผู้ที่ขับรถยนต์ตู้อีก 1 ราย ที่เข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลสวี โรงพยาบาลทุ่งตะโก และโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ นั้น สำนักงาน คปภ. จังหวัดชุมพร ได้แจ้งสิทธิค่ารักษาพยาบาลของผู้ประสบภัยตาม พ.ร.บ. ให้กับผู้บาดเจ็บและโรงพยาบาลทั้ง 3 แห่ง ได้รับทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะได้ติดตามให้มีการจ่ายตามสิทธิดังกล่าวต่อไป

“สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวผู้เสียชีวิตในครั้งนี้ อุบัติเหตุนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาและทุกสถานที่ จึงควรให้ความสำคัญกับการทำประกันภัยเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงภัย และขอฝากเตือนประชาชนควรใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง ทั้งนี้ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นได้ และหมั่นตรวจสอบสภาพรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนตรวจวันหมดอายุกรมธรรม์ประกันภัยรถภาคบังคับ (ประกันภัย พ.ร.บ.) ตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งควรทำกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจด้วย เพื่อที่ระบบประกันภัยจะได้เข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยง และเยียวยาความสูญเสียต่างๆ ที่เกิดขึ้น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันภัย สามารถสอบถามได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย