กสิกรไทย ตั้ง 2 ฝ่ายใหม่สร้างตำแหน่งงาน “Data Alchemist” ดันใช้บิ๊กดาต้าหนุนธุรกิจหวังสร้างมูลค่าเพิ่ม2 พันล้านในปีนี้

0
185

 

ธนาคารกสิกรไทยเดินหน้าสู่การเป็นธนาคารที่ขับเคลื่อนด้วยดาต้า ประกาศจัดตั้ง 2 ฝ่ายใหม่ดูแลการสร้างความสามารถด้าน Data Analyticsกำหนดแผนสรรหาและพัฒนาบุคลากรด้าน Data Alchemist วางเป้าหมายสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธนาคารไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาท ในปีนี้

นายพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยมีบิ๊กดาต้า เป็นข้อมูลเกี่ยวธุรกรรมการเงินประเภทต่าง ๆ จำนวนมหาศาล และเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาศึกษาเพื่อเพิ่มความเข้าใจลูกค้า ตลอดจนใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์นำไปสู่การพยากรณ์และนำเสนอวิธีการใหม่ ๆ ที่จะเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจเพิ่มความสามารถการแข่งขัน แสวงหาโอกาสทางธุรกิจ สร้างรายได้ให้แก่ธนาคารในระยะยาวและสามารถเพิ่มประสิทธิผลและลดต้นทุนการทำธุรกิจได้ ดังนั้นธนาคารจึงจัดตั้ง2ฝ่ายงานใหม่ ภายใต้สายงานบริหารยุทธศาสตร์องค์การ เพื่อสร้างความสามารถสูงสุดด้าน Data Analytics ให้กับองค์กรได้แก่

Enterprise Data Analytics Department (EA)เป็นศูนย์กลางดูแลการสร้างความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Analytics Use Case) ของธนาคาร สรรหาและจัดสรรทรัพยากร เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูล ติดตามและขยายผลให้มีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ (Business Data Analytics) อย่างแพร่หลายจนเป็นวัฒนธรรมองค์กร รวมทั้งมีหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทั้งกับหน่วยงานของธนาคารและลูกค้าของธนาคาร เพื่อสนับสนุนการวางกลยุทธ์ของธนาคารที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

Digital Lending Department (DL)รับผิดชอบการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจากหลายฐานข้อมูลเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในราคาที่เหมาะสมกับระดับความสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย (Personalized Risk Based Pricing)ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และประสิทธิผลให้ธนาคาร พร้อมลดความเสี่ยงด้านเครดิตดูแลเรื่องการสร้างรูปแบบการปล่อยสินเชื่อผ่านช่องทางดิจิทัล (Digital Lending Platform) ให้เกิดการดำเนินการเบ็ดเสร็จบนแอปพลิเคชัน K PLUS เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ลูกค้าในยุคดิจิทัลซึ่งลูกค้าสามารถทราบผลอนุมัติและได้รับเงินเข้าบัญชีภายใน 1 นาที รวมทั้งพัฒนาบริการ Lending Service Platform เพื่อแสวงหารายได้จากช่องทางใหม่ๆ ให้แก่ธนาคาร

นอกเหนือจากนั้น ธนาคารมีแผนสรรหา และพัฒนาบุคลากรด้าน Data Analytics ให้มีการยกระดับงานด้านนี้ให้มีความพิเศษ น่าสนใจ และแตกต่างจากองค์กรอื่นๆ โดยเพิ่มตำแหน่งงานData Alchemistที่เน้นการผสมสานการใช้บิ๊กดาต้า เข้ากับเทคนิค Advanced Analytics ในการหาสูตรเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ โดยทำงานร่วมกับหน่วยธุรกิจแบบไร้รอยต่อ ภายใต้ Concept: Turning Data into Gold; the Ultimate of Advanced Analytics โดยมองว่าโอกาสและความท้าทายทางธุรกิจที่ธนาคารเผชิญอยู่ในปัจจุบัน เป็นช่วงเวลาที่ดีที่ให้บุคลากรด้าน Data Analytics ของประเทศได้เข้ามาเรียนรู้ พัฒนา และเพิ่มขีดความสามารถของตัวเองแบบก้าวกระโดด โดยธนาคารจะมีการปรับแผนการพัฒนาศักยภาพ ตลอดจนดูแลการจัดการเรื่องการเติบโตทางอาชีพ ให้มีความเข้มข้น ชัดเจน และเหมาะสมกับความสามารถของพนักงานกลุ่มนี้

 

ธนาคารกสิกรไทย มีเป้าหมายมุ่งสู่การเป็นธนาคารที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Bank) ซึ่งการสร้างวัฒนธรรมองค์กรของการใช้ข้อมูลเป็นปัจจัยในการตัดสินใจ (Data-Driven Culture) โดยวางรากฐานสำคัญ 4 ด้านให้เกิดขึ้นในธนาคาร ได้แก่

  1. ด้านData สร้างฐานข้อมูลแบบรวมศูนย์เพื่อให้เกิดข้อมูลหนึ่งเดียว (Single source of truth) พร้อมส่งเสริมให้มีการเข้าถึงข้อมูลแบบข้ามฝ่ายงาน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้ข้อมูลในรูปแบบใหม่ ๆ โดยยังคงรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลลูกค้าไว้สูงสุด
  2. ด้านInfrastructure & Tools จัดเตรียมซอฟร์แวร์ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลรูปแบบต่าง ๆ ที่พร้อมตอบสนองการใช้งานของธุรกิจธนาคารในทุกระดับ
  3. ด้านTalent มีการจัดหลักสูตรพัฒนาทักษะพนักงานเป้าหมายทั้งธนาคารให้สามารถใช้งานเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลชั้นสูงได้ เพื่อนำไปสู่การสร้างประโยชน์แพร่กระจายในแต่ละหน่วยงานทั่วทั้งองค์กร พร้อมจัดตั้งcommunity ของบุคลากรด้านดาต้าเพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างกัน
  4. ด้านProcess สร้างกระบวนการทำงานที่กระตุ้นให้เกิดการนำดาต้ามาใช้งานจริง (Use Cases) ส่งสริมให้ฝ่ายงานต่าง ๆ มีการตั้งคำถามที่มีความหมาย และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อหาคำตอบที่ช่วยตอบสนองโจทย์ทางธุรกิจ ทั้งในด้านการแก้ปัญหาและการสร้างธุรกิจในรูปแบบใหม่ ๆ

นายพิพิธ กล่าวเสริมว่า ภายใต้กลยุทธ์ที่วางไว้ ธนาคารจะสามารถไปสู่ Data-Driven Bankได้อย่างสมบูรณ์และจะสร้างบริการที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้าอย่างเป็นรูปธรรมโดยตั้งเป้าหมายภายในปี 2561 ธนาคารจะสามารถนำฐานข้อมูลบิ๊กดาต้ามาพัฒนาเป็นการใช้งานจริง (Use Cases)ได้ไม่ต่ำกว่า400 กรณี สร้างรายได้หรือลดต้นทุนให้แก่ธนาคารเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า2,000 ล้านบาทและภายในปี 2563 จะใช้บิ๊กดาต้าสร้างรายได้หรือลดต้นทุนให้แก่ธนาคาร เป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 50% ของทั้งหมด