กคช.สรุปผลการเสวนาในกิจกรรมวิชาการครบรอบ 45 ปี

0
329

ลำดับที่ 54 สรุปผลการเสวนาในกิจกรรมวิชาการ

การเคหะแห่งชาติ (กคช.) สรุปผลการจัดกิจกรรมวิชาการเนื่องในโอกาสครบรอบ 45 ปี หัวข้อ “แนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยและการพัฒนาเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน” กระตุ้นให้ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ลำดับที่ 54 ดร.ธัชพล

ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า จากการจัดกิจกรรมวิชาการเนื่องในโอกาสครบรอบ 45 ปี การเคหะแห่งชาติหัวข้อ “แนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยและการพัฒนาเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน” ได้ข้อสรุปจากการเสวนาหัวข้อ“เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สำคัญต่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย”ว่า การเคหะแห่งชาติได้ดำเนินการพัฒนาที่อยู่อาศัยภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560 – 2579) ซึ่งเชื่อมโยงกับนโยบายของรัฐบาลและทิศทางการพัฒนาในระดับโลก อีกทั้งการพัฒนาเมืองและชุมชนจะต้องครอบคลุมทั้งมิติ      ที่อยู่อาศัย สิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และต้องคำนึงถึงกลุ่มผู้อยู่อาศัยทุกช่วงวัย ปัจจุบันการเคหะแห่งชาติได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานโดยคำนึงถึงด้านสังคมเป็นหลัก เช่น การนำแนวคิด Smart City มาใช้กับโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง โดยใช้นวัตกรรมทางสังคมคือ Smart Community เป็นการปรับชุมชนให้ผู้อยู่อาศัยทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน สามารถยู่ร่วมกันได้ทุกช่วงวัย เพื่อนำไปสู่ Smart Environment มีสิ่งแวดล้อมที่ดี รวมถึงการพัฒนาเชิงพาณิชย์ให้มีแหล่งค้าของชุมชน ตลอดจนส่งเสริมสังคมไร้เงินสดด้วยการใช้อี – เพย์เมนท์ นอกจากนี้ ยังได้นำนวัตกรรมการก่อสร้างและการออกแบบ อาทิ การก่อสร้างด้วยชิ้นส่วนสำเร็จรูป (Prefabricated Construction) ทำให้ก่อสร้างอาคารได้รวดเร็วเป็นไปตามแผนงาน และการใช้แบบจำลองสารสนเทศอาคาร (Building Information Modeling : BIM) ในการออกแบบที่อยู่อาศัย เป็นต้น สำหรับนวัตกรรมด้านการเงิน ได้มีการนำโมเดลทางการเงินต่างๆ มาใช้การแก้ปัญหาต่างๆ อาทิ   การจัดหาสินเชื่อให้เช่า เรียกว่า Leasing หรือรูปแบบการให้เช่าซื้อกับการเคหะแห่งชาติก่อนที่จะเข้าระบบการกู้เงินจากสถาบันการเงิน รวมถึงกองทุน REIT ที่การเคหะแห่งชาติจะนำมาใช้ในอนาคต โดยมี Investor มารับช่วงต่อในลักษณะของการระดมทุน และกู้เงินเพื่อนำไปพัฒนาโครงการ ส่วนนวัตกรรมด้านการตลาด ได้มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วยเพิ่มช่องทางให้กับลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการมากยิ่งขึ้น อาทิ ระบบจองบ้านออนไลน์ ระบบแจ้งความต้องการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย (Waiting List) และโครงการบ้านแลกบ้าน เป็นต้น

ลำดับที่ 54 สรุปผลการเสวนาในกิจกรรมวิชาการ1

สำหรับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เข้าร่วมเสวนาฯ ได้นำเสนอแนวคิด และให้ข้อเสนอแนะ รวมทั้งนวัตกรรมด้านที่อยู่อาศัยใหม่ๆ โดยในส่วนของภาคเอกชนนั้น ได้แก่ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ – ผลิตภัณฑ์ ก่อสร้าง จำกัด ได้นำเสนอนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์สำหรับที่อยู่สบาย อาทิ หลังคา ฉนวนกันความร้อน สำหรับฝ้าเพดาน อิฐมวลเบา Q – CON แผ่น Q – CON Groove Pannel ระบบก่อสร้างผนังภายในสำหรับอาคารสูง (FUIFil wall System) ระบบห้องน้ำสำเร็จรูป (Modular Bathroom) ระบบ Well Air และ Active Airflow System ที่ผ่านการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ลำดับที่ 54 สรุปผลการเสวนาในกิจกรรมวิชาการ2

ด้าน บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้มีการนำเทคโนโลยีการก่อสร้างอาคารสูงมาใช้ในการก่อสร้างโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง อาคารพักอาศัยแปลง G ของการเคหะแห่งชาติ ซึ่งได้นำระบบ Precast Concrete มาช่วยในการก่อสร้างผนังริมนอกอาคารเพื่อลดระยะเวลาในการทำงาน รวมทั้งยังได้พัฒนาเทคโนโลยีการก่อสร้างอื่นๆ อีก อาทิ Formwork, Slip Form, อาคารจอดรถอัตโนมัติ คอนกรีตโปร่งแสง และWhite Concrete เป็นต้น

ดร.ธัชพล ยังได้กล่าวเพิ่มเติมถึงข้อเสนอแนะในการพัฒนาเมืองให้น่าอยู่อย่างยั่งยืนที่สรุปจากผลการเสวนาหัวข้อ “การพัฒนาที่อยู่อาศัยและการพัฒนาเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน”ว่า ควรมีกลไกการขับเคลื่อนที่ชัดเจนอย่างมีหลักการ ผู้นำต้องมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาเมือง โดยต้องเกิดจากความต้องการและการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนเพื่อให้เกิดความสมดุล ทั้งนี้ การพัฒนาที่อยู่อาศัยคือ หัวใจสำคัญของการพัฒนาเมือง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (No one left behind) รวมถึงการยึดหลัก New Urban Agenda