กคช. จัด Road Show โครงการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน (PPP.) ในจังหวัดเชียงใหม่

0
152

การเคหะแห่งชาติจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Public Private Partnership : PPP) โดยมี พลเอก ณัฐติพล กนกโชติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดการสัมมนา และปาฐกถาพิเศษเรื่อง “แนวทางการขับเคลื่อนโครงการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน” เพื่อประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างการรับรู้โครงการดังกล่าวให้กับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ใน 4 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่ง นายศรัณยู มีทองคำ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ และ ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ รวมถึงผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์กว่า 200 ราย เข้าร่วมการสัมมนาในครั้งนี้ ณ โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ จังหวัดเชียงใหม่

ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติตอบสนองนโยบายรัฐบาล ที่ต้องการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความมั่นคงในชีวิตด้านที่อยู่อาศัย ภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัย 20 ปี (พ.ศ.2560 – 2579) จึงดำเนินโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Public Private Partnership หรือ PPP) เพื่อเพิ่มศักยภาพในพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย โดยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมาร่วมลงทุน ดังนั้นการเคหะแห่งชาติจึงได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “โครงการร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน” ขึ้น ณ โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง และพิษณุโลก ได้รับทราบถึงรายละเอียดของโครงการ รูปแบบ รวมถึงขั้นตอนการดำเนินงาน

สำหรับรูปแบบโครงการการร่วมลงทุนกับภาคเอกชนของการเคหะแห่งชาติมี 3 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบที่ 1 โครงการร่วมลงทุนกับเอกชน (joint Investment) ในโครงการที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ภายใต้พระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 ซึ่งโครงการที่การเคหะแห่งชาติเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนในภาคเหนือ คือ โครงการเคหะชุมชนเชียงใหม่ (หนองหอย) ตำบลหนองหอย จังหวัดเชียงใหม่ โดยจะจัดสร้างที่อยู่อาศัยรองรับกลุ่มผู้สูงอายุ จำนวน 16 อาคาร รวมทั้งสิ้น 896 หน่วย ในพื้นที่ 52 ไร่ อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ ประกอบด้วย Community Mall และสถานพยาบาล วงเงินลงทุนประมาณ 5.5 พันล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)

ส่วนรูปแบบที่ 2 โครงการร่วมดำเนินกิจการระหว่างภาครัฐและเอกชน (Joint Operation) ในโครงการที่มีมูลค่าน้อยกว่า 1,000 ล้านบาท โดยจะเปิดให้เอกชนพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อขายหรือเช่าระยะยาว รวมถึงเช่าจัดประโยชน์ในพื้นที่ของการเคหะแห่งชาติ ในรูปแบบ BOT : Build Operate Transfer หรือ BTO : Build Transfer Operate ปัจจุบันการเคหะแห่งชาติได้คัดเลือกที่ดิน 18 โครงการ 767 ไร่ ใน 16 จังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือได้คัดเลือกพื้นที่ 2 โครงการ 39 ไร่ ในจังหวัดเชียงใหม่ (ดอยสะเก็ด) และจังหวัดลำปาง (เคหะชุมชนลำปาง) เปิดโอกาสให้เอกชนที่สนใจยื่นข้อเสนอร่วมลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวกับการเคหะแห่งชาติ

สุดท้าย รูปแบบที่ 3 โครงการร่วมสนับสนุนภาคเอกชน (Joint Support) โดยการเคหะแห่งชาติจะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาโครงการ (Consultant) ให้กับภาคเอกชน มุ่งเน้นระดับ SME หรือ START UP รวมถึงธุรกิจอสังหาทรัพย์ส่วนภูมิภาค พร้อมทั้งวิเคราะห์การตลาด การเงินและสินเชื่อ เพื่อขออนุมัติสินเชื่อต่อสถาบันการเงิน รวมถึงการให้ข้อเสนอแนะการบริหารจัดการโครงการก่อสร้าง การออกแบบการขออนุญาตก่อสร้าง การบริหารจัดการงานก่อสร้าง และการวางแผนการตลาด รวมถึงการส่งมอบที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้า ปัจจุบันมีเอกชนยื่นความประสงค์จะเข้าร่วมโครงการแล้ว 14 โครงการ ในพื้นที่ 7 จังหวัด สำหรับพื้นที่ภาคเหนือมีเอกชนยื่นความประสงค์ให้ความสนใจ 3 จังหวัด 9 โครงการ ได้แก่ พื้นที่เชียงใหม่ 2 โครงการ เชียงราย 2 โครงการ และพิษณุโลก 5 โครงการ